Chatchaval's profilepOr SpaCePhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    November 10

    Por

    Good rest and sound sleep is very
    Important... if u don't sleep well,
    The toxic in your body will accumulate..
    Affecting your health and your mood...

    การพักผ่อนที่เพียงพอและการนอนหลับที่ดีเป็นสิ่งที่สำคัญ
    ถ้าหากคุณยังมีปัญหาในการนอนหลับ
    พิษและของเสียที่อยู่ในร่างกายย่อมจะสะสมและเป็นปัญหาต่อสุขภาพและอารมณ์ของคุณเอง


    The main causes of liver damage are:

    สาเหตุหลักที่ทำลายตับของคุณคือ


    1. Sleeping too late and waking up too late are the primary causes.

    นอนดึกและตื่นสายเป็นต้นเหตุลำดับต้น ๆ


    2. Not urinating in the morning.

    การไม่ปัสสาวะในตอนเช้า


    3. Too much eating.

    ทานจุเป็นประจำ


    4. Skipping breakfast.

    ไม่รับประทานอาหารเช้า


    5. Consuming too much medication.

    บริโภคยามากเกินไป


    6. Consuming too much preservatives, additives, food coloring, and artifi cial sweetener.

    บริโภคอาหารที่มีส่วนผสมของวัตถุกันเสีย สีผสมอาหาร วัตถุปรุงแต่ง และน้ำตาลเทียม


    7. Consuming unhealthy cooking oil. As much as possible reduce cooking oil use when frying, which includes even the best cooking oils like olive oil. Do not consume fried foods when you are tired, except if the body is very fit.

    บริโภคน้ำมันที่ใช้ทำอาหารซึ่งด้อยคุณภาพและไม่เป็นประโยชน์
    ถ้าหากคุณสามารถลดปริมาณการใช้น้ำมันในการทอดอาหารซึ่งรวมถึงการใช้น้ำมันที่ดีที่สุดที่ใช้ทำ อาหารเช่นน้ำมันมะกอก จงหลีกเลี่ยงการบริโภคของทอดเมื่อคุณมีอาการเหน็ดเหนื่อยอ่อนเพลีย ยกเว้นถ้าหากร่างกายคุณฟิต

    8. Consuming overly done foods also add to the burden of liver. Veggies should be eaten raw or cooked 3-5 parts. Fried veggies should be finished in one sitting, do not store.

    บริโภคอาหารที่ผ่านการปรุงมากเกินไปย่อมสร้างภาระแก่ตับ ผักควรทานสด ๆ หรือผ่านการทำให้สุกเพียง
    3-5 ส่วน ผักที่ผ่านการผัดควรจะบริโภคให้หมดในมื้อเดียว อย่าเก็บไว้ทานในมื้ออื่น ๆ

    We just have to adopt a go od daily lifestyle and eating habits. Maintaining good eating habits and time condition are very important for our body to absorb and get rid of unnecessary chemicals according to 'schedule.'


    เราจะต้องพยายามปรับวิถีการดำเนินชีวิตโดยเฉพาะนิสัยการกินการปลูกฝังนิสัยการกินที่ดีและดูแลปัจจัยเรื่องเวลาเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ร่างกายของเราได้รับประโยชน์และสามารถกำจัดสารที่ไม่เป็นประโยชน์ในร่างกายตามตารางเวลาที่ควรจะเป็น


    Because:

    เพราะ


    Evening at 9 - 11pm :  is the time for eliminating unnecessary/ toxic chemic als (de-toxification) from the antibody system (lymph nodes). This time duration should be spent by relaxing or listening to music. If during this time a housewife is still in an unrelaxed state such as washing the dishes or monitoring children doing their homework, this will have a negative impact on her health.

    ช่วงเวลากลางคืน
    3 ทุ่ม - 5 ทุ่ม : เป็นระยะเวลาที่ร่างกายจะกำจัดสารพิษต่าง ๆ โดยระบบต่อต้านเชื้อโรคในร่างกาย (ระบบหมุนเวียนของน้ำเหลืองในร่างกาย) ช่วงเวลานี้ควรจะต้องถูกใช้ไปในการพักผ่อนหรือผ่อนคลายด้วยการฟังดนตรี ถ้าหากช่วงเวลานี้แม่บ้านยังคงวุ่นอยู่กับงานบ้านเช่นล้างจานหรือดูและเด็กให้ทำการบ้าน เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะเป็นผลลบต่อร่างกาย

    Evening at 11pm - 1am :  The de-toxification process in the liver, and ideally should be done in a deep sleep state. Early morning 1 - 3am : de-toxification process in the gall, also ideally done in a deep sleep state.

    ช่วงเวลากลางคืน
    5 ทุ่ม - ตี 1 : กระบวนการกำจัดสารพิษในตับ และแน่นอนควรจะต้องอยู่ในช่วงการนอนหลับสนิท ในช่วงเช้าระหว่างเวลาตี 1 ถึง ตี 3 นั้น กระบวนการกำจัดสารพิษในน้ำดีก็ควรจะเป็นช่วงแห่งการนอนหลับสนิทเช่นกัน

    Early morning 3 - 5am :  de-toxification in the lungs. Therefore there will sometimes be a severe cough for cough sufferers during this time. Since the de-toxification process had reached the respiratory tract, there is no need to take cough medicine so as not to interfere with toxin removal process.

    ช่วงเวลาตี
    1 - ตี 3 : การกำจัดสารพิษในปอดเพราะฉนั้นอาจจะมีอาการไออย่างรุนแรงสำหรับผู้ที่มีปัญหาการไอในช่วงเวลาดังกล่าว ตอนนี้กระบวนการกำจัดสารพิษจะเข้าสู่ระบบท างเดินหายใจแล้ว และก็ไม่จำเป็นที่คุณจะใช้ยาแก้ไอเพื่อที่จะได้ไม่ไปขัดขวางขั้นตอนการกำจัดสารพิษในร่างกาย

    Morning 5 - 7am :  de-toxification in the colon, you should empty your bowel.

    ช่วงเช้า ตี
    5 - 7 โมงเช้า : การกำจัดสารพิษในปลายลำไส้ใหญ่ ก็ถึงเวลาที่จะต้องทำให้พุงและลำไส้ของคุณว่างลง

    Morning 7 - 9am :  Absorption of nutrients in the small intestine, you should be having breakfast at this time. Breakfast should be earlier, before 6:30am, for those who are sick. Breakfast before 7:30am is very beneficial to those wanting to stay fit. Those who always skip breakfast, they should change their habits, and it is still better to eat breakfast late until 9 -10am rather than no meal at all. Sleeping so late and waking up too late will disrupt the process of removing unnecessary chemicals. Aside from that, midnight to 4am is the time when the bone marrow produces blood.

    ช่วงเช้า
    7 - 9 โมงเช้า : การดูดซึมสารอาหารสู่ลำไส้เล็ก คุณควรจะต้องทานอาหารเช้าในช่วงเวลานี้ อาหารเช้าควรจะก่อน 6.30 น. สำหรับผู้ป่วย อาหารเช้าที่ทานก่อน 7.30 น. นั้นดีต่อผู้ที่ต้องการมีร่างกายสุขภาพแข็งแรงอยู่เสมอ ผู้ใดที่ไม่ทานอาหารเช้าตลอดเวลาควรจะต้องรีบเปลี่ยนพฤติกรรมนี้เสีย และการทานอาหารเช้าในช่วงสายตั้งแต่ 9 - 10 น. ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรลงไปในท้องเลย การนอนดึกตื่นสายนั้นเป็นปัญหาต่อกระบวนการทำลายของเสียในร่างหาย นอกจากนั้นช่วงเที่ยงคืนถึงตี 4 ก็ยังเป็นเวลาที่ร่างกายผลิตเลือด


    Therefore, have a good sleep and don't sleep late.

    เพราะฉนั้น อย่านอนดึกและอย่านอนตื่นสาย



    Sharing Is Caring!

    การแบ่งปันเป็นการแสดงความห่วงใย



    Live Well & Worry Less.

    ขอใ ห้มีสุขภาพดีและไม่มีความกังวล
    October 27

    Por

    Free Radicals  ความจริงเกี่ยวกับอนุมูลอิสระ

     

    นักวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าอนุมูลอิสระเป็นสาเหตุในการก่อเกิดโรคร้ายมากกว่า 100 ชนิด และ ทุกๆ วันเซลล์ของเราจะถูกโจมตีจากอนุมูลอิสระมากกว่า 73,000 ครั้ง

     

    อนุมูลอิสระเกิดขึ้นทั้งจากภายในร่างกายหรือจากสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัว และอนุมูลอิสระจะมุ่งตรงเข้าทำลายเซลล์ของเรา รวมถึงโครงสร้างทางพันธุกรรม (DNA) ซึ่งจะทำให้เซลล์ดังกล่าวกลายเป็นเนื้อร้ายหรือที่เรียกว่าเซลล์มะเร็ง แล้วเมื่อเซลล์ที่โดนทำลายก็จะทำการทำลายเซลล์ข้างเคียงไปเรื่อยๆ ซึ่งเรียกว่า ปฏิกิริยาลูกโซ่


    แต่ก่อนนี้การเสริมวิตามินแร่ธาตุเป็นสิ่งที่ไม่ได้รับการสนับสนุน เพราะเชื่อว่ากินอาหารให้ครบหมวดหมู่ก็พอ แต่ข้อมูลการวิจัยในปัจจุบันได้พลิกข้อแนะนำก่อนหน้านี้นั่นคือ การเสริมวิตามินแร่ธาตุรวมหรือมัลติวิตามิน เป็นสิ่งที่ปลอดภัยที่สุด ช่วยให้สุขภาพดี ป้องกันการขาดสารอาหาร รวมถึงการป้องกันโรคเรื้อรังต่างๆ

    เนื่องจากมัลติวิตามินมีราคาถูกและปลอดภัย และส่วนใหญ่มีปริมาณวิตามินและแร่ธาตุเพียงพอที่จะช่วยลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง ป้องกันหัวใจวาย มะเร็งลำไส้ใหญ่ เสริมสุขภาพสมองและเพิ่มภูมิต้านทาน แม้เราจะวางแผนในการกินที่ดีอย่างไร ก็ยากที่จะได้สารอาหารมากกว่า 30 ชนิดอย่างครบถ้วนสม่ำเสมอในแต่ละวัน


    นักวิจัยจึงแนะนำให้ผู้ใหญ่ทุกคน และคนที่อยากดูแลสุขภาพในเชิงปกป้อง ควรรับประทานมัลติวิตามินทุกวัน เป็นการประกันสุขภาพ เพราะนอกจากจะป้องกันการขาดสารอาหารแล้ว ยังช่วยเพิ่มภูมิต้านทานและลดความเสี่ยงโรคหัวใจอีกด้วย


    มัลติวิตามิน อันตรายไหม
    แม้การเสริมมัลติวิตามินและแร่ธาตุจะให้ประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่อาหารเสริมแต่ละยี่ห้อจะมีส่วนประกอบในปริมาณแตกต่างกัน แต่ถ้ามีองค์ประกอบวิตามินบางตัวมากเกินไปก็เป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ โดยเฉพาะถ้ามีวิตามินชนิดที่ละลายน้ำได้ (วิตามินเอ ดี อี เค) เกินขนาด เพราะร่างกายขจัดส่วนเกินของวิตามินเหล่านั้นออกจากร่างกายได้ยาก


    การเสริมเกินขนาด มักจะเกิดกับผู้ที่เสริมวิตามินหลายขนาน จนเสี่ยงได้รับวิตามินเกินและอาจเป็นพิษต่อร่างกายได้ เช่น วิตามินเอเป็นพิษ ทำให้ม้ามและตับโต และอาจเพิ่มความเสี่ยงกระดูกสะโพกหักได้ แต่ถ้าได้เบต้าแคโรทีนมาก(ซึ่งร่างกายใช้เปลี่ยนไปเป็นวิตามินเอได้) จะไม่ก่อให้เกิดพิษเหมือนวิตามินเอ วิตามินดีมากเกินไปเป็นพิษทำลายไต เป็นต้น


    การเสริมมัลติวิตามินควรเลือกวิตามินเอในรูปเรทตินอลไม่เกิน 3000 ไอยู เลือกวิตามินเอที่มาจากเบตาแคโรทีนเป็นเปอร์เซนต์หลักและที่เหลือมาจากเรทตินอล นอกจากนี้ควรดูปริมาณธาตุเหล็กในมัลติวิตามิน สำหรับผู้ชายและหญิงวัยหมดประจำเดือนไม่จำเป็นต้องเลือกธาตุเหล็กในปริมาณ 100% ของปริมาณสารอาหารที่ควรได้รับประจำวัน (RDA) แต่เลือกเพียงแค่ 50% ก็เพียงพอ


    การได้รับธาตุเหล็กมากเกินไปอาจทำให้ร่างกายสะสมและเป็นอันตรายต่ออวัยวะบางส่วนได้ วิตามินบี 6 เป็นอีกตัวที่ควรระวังเพราะถ้าเสริมเกินขนาดอาจเป็นอันตรายต่อระบบประสาทได้

    วิตามินบางตัวในมัลติวิตามิน จะไม่เคยมีปริมาณถึง 100% ของปริมาณสารอาหารที่ควรได้รับประจำวัน เช่น แคลเซียมและแมกนีเซียม เพราะจะทำให้วิตามินเม็ดโตเกินไปและกลืนลำบาก โดยส่วนใหญ่มัลติวิตามินจะมีปริมาณวิตามินดี 100% ของปริมาณสารอาหารที่ควรได้รับประจำวัน (400 ไอยู)



    ปัจจุบันข้อมูลบ่งชี้ว่า ผู้ที่อายุ 70 ปีขึ้นไป ควรได้รับวิตามินดี วันละ 1000 ไอยู ซึ่งควรจะเลือกจากแคลเซียมที่มีวิตามินดีรวมอยู่ ผู้ที่บริโภคนมหรือผลิตภัณฑ์นมไม่ถึงวันละ 3 หน่วยบริโภค อาจต้องเลือกเสริมแคลเซียมเพิ่มเติม ส่วนแมกนีเซียมหาทานได้จากอาหารทั่วๆไป เช่น ผักใบเขียว ถั่วต่างๆ ปลา กรณีที่เสริมแคลเซียม ไม่ควรรับประทานพร้อมวิตามินรวมที่มีธาตุเหล็ก เพราะจะลดการดูดซึมซึ่งกันและกัน

    วิตามินเคเป็นอีกตัวที่ช่วยให้กระดูกแข็งแรง แต่มัลติวิตามินส่วนใหญ่มีวิตามินเคน้อยกว่า100% ของปริมาณสารอาหารที่ควรได้รับประจำวัน หากต้องการเพิ่มก็เลือกเพิ่มเป็นตัวๆไปแต่ไม่ควรเพิ่มปริมาณมัลติวิตามินเพราะจะเสี่ยงได้รับวิตามินตัวอื่นๆเกินระดับไปด้วย


    เลือกเสริมวิตามินมื้อไหนดี
    ควรเสริมหลังจากรับประทานอาหารเสร็จ โดยเลือกมื้อใหญ่ที่สุดเพื่อให้มีโอกาสดูดซึมมากที่สุดและลดอาการอาหารไม่ย่อย หรืออาจเลือกเวลาที่สะดวกที่สุดของตัวเองแทนก็ได้ แต่สิ่งที่ผู้บริโภคต้องจำให้ขึ้นใจคือ การเสริมเป็นเพียงตัวช่วยแต่ไม่สามารถแทนอาหารหลักได้ เพราะให้สารอาหารได้มากกว่าในวิตามินและแร่ธาตุเพียง 1 เม็ด โดยเฉพาะมีเส้นใยอาหาร สารต้านอนุมูลอิสระ และสารพฤกษเคมี สารต้านอนุมูลอิสระที่พบในผักผลไม้และธัญพืชบางชนิดอาจป้องกันโรคข้ออักเสบได้ด้วย


    เลือกเสริมมัลติวิตามินและแร่ธาตุให้เป็น

    ตรวจวันหมดอายุบนฉลาก และจะต้องมีเครื่องหมาย USP (United States Pharmacopeia) ซึ่งประกันคุณภาพว่าได้มาตรฐานสูง



    อ่านฉลากและเลือกชนิดที่มีวิตามินและแร่ธาตุในปริมาณ 100% ของปริมาณสารอาหารที่ควรได้รับประจำวัน



    บางชนิดมีคำว่า "ธรรมชาติ" เพื่อดึงดูดความสนใจว่าเป็นวิตามินจากธรรมชาติ แต่จริงๆแล้วก็มีส่วนผสมของวิตามินสังเคราะห์ด้วยเสมอ



    บางชนิดระบุว่าเป็นสูตรลดความเครียด ซึ่งเป็นข้อความที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด เพราะไม่มีอาหารเสริมสูตรใดจะลดความเครียดทางอารมณ์ได้จริง



    ควรเก็บวิตามินไว้ในที่แห้งและเย็น เพราะความชื้นจะทำให้วิตามินเสียคุณภาพ